'ความดันโลหิตสูง'เพชฌฆาตเงียบ

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2014-05-16 11:28
แท็ก 
รูปคนกำลังวัดความดัน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
PDF
661.12 KB
ดาวน์โหลด
354 ครั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ Implementation Science School พร้อมจัดประชุมวิชาการ GACD Annual Scientific Meeting 2019 เมื่อวันที่ 5-15 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาศักยภาพนักวิจัย พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างความร่วมมือด้านการวิจัยทางการแพทย์และสาธารณสุข โดยเฉพาะเรื่องโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non Communicable Diseases, NCD) กับนานาประเทศที่เป็นเครือข่าย Global Alliance for Chronic Diseases (GACD) ของสถาบันวิจัยด้านสุขภาพ
จำนวนผู้อ่าน
3069

          สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดให้วันที่ 17 พ.ค. ของทุกปีเป็น "วันความดันโลหิตสูงโลก" โดยกำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า "โน ยัวร์ บลัด เพรสเชอร์" (Know Your Blood Pressure) คำขวัญของกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย คือ "ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่" เพื่อให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไตที่มีสาเหตุมาจากโรคความดันโลหิตสูงและเพื่อส่งข้อมูลการป้องกัน การคัดกรองและการดูแลรักษาไปสู่สาธารณชน

          นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า โรคความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่มีระดับความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ซึ่งค่าความดันปกติในปัจจุบันถือเอาค่าตัวบน ไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่างไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอท
          คนจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏอาการในช่วงแรก เมื่อปล่อยนานไปโดยไม่รับการรักษาแรงดันในหลอดเลือดที่สูง จะไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญหลายระบบในร่างกายเป็นเหตุให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไต เรียกว่าโรคนี้เป็นเพชฌฆาตเงียบก็ได้

          โรคความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากสถิติขององค์การอนามัยโลก รายงานว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 ใน 3 คน มีภาวะความดันโลหิตสูง และคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลกสูงถึง 1,560 ล้านคน

          จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปรียบเทียบระหว่าง ปี 2544 พบผู้ป่วย จำนวน 156,442 ราย และ ปี 2555 พบผู้ป่วย 1,009,385 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นสูงถึง 5 เท่า
          ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคอาหารเค็ม รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์มาก สูบบุหรี่และมีภาวะเครียด รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้

          วิธีการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยง และป้องกันโรคความดันโลหิตสูง คือ ลด การบริโภคเกลือหรืออาหารที่มีรสเค็ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่หวานน้อย รวมถึงบริโภคธัญพืช แทนของว่างขนมกรุบกรอบ ลดการรับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการ อาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป ลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่

          ที่สำคัญผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ ตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำพร้อมจดบันทึกค่าความดันโลหิตในช่วงของการกินยา เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา และป้องกันโรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์และอัมพาต ที่อาจเกิดขึ้นได้

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หน้า 28

 

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.