'ความดันโลหิตสูง'เพชฌฆาตเงียบ

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2014-05-16 11:28
แท็ก 
รูปคนกำลังวัดความดัน
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
PDF
661.12 KB
ดาวน์โหลด
445 ครั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) นำเสนอนวัตกรรมผลงานวิจัยพร้อมใช้ 2 ผลงาน ในเวที Thailand Tech Show 2019 ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรม 360 องศาเพื่อความยั่งยืน” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 - 6 กันยายน 2562 ในรูปแบบของตลาดเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เปิดโอกาสให้นักวิจัยได้นำเสนอผลงานกับนักลงทุน นักธุรกิจ ผู้ประกอบการ สตาร์ทอัพ และผู้ที่สนใจ รวมถึงกระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์จากผลงานวิจัยในภาคเอกชน จัดโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ และบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ
จำนวนผู้อ่าน
4070

          สมาพันธ์ความดันโลหิตสูงโลก ได้กำหนดให้วันที่ 17 พ.ค. ของทุกปีเป็น "วันความดันโลหิตสูงโลก" โดยกำหนดคำขวัญการรณรงค์ว่า "โน ยัวร์ บลัด เพรสเชอร์" (Know Your Blood Pressure) คำขวัญของกระทรวงสาธารณสุขและสมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย คือ "ท่านทราบระดับความดันโลหิตของท่านหรือไม่" เพื่อให้ประชาชนหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยมุ่งเน้นการป้องกันโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไตที่มีสาเหตุมาจากโรคความดันโลหิตสูงและเพื่อส่งข้อมูลการป้องกัน การคัดกรองและการดูแลรักษาไปสู่สาธารณชน

          นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข บอกว่า โรคความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่มีระดับความดันโลหิตสูงเรื้อรัง ซึ่งค่าความดันปกติในปัจจุบันถือเอาค่าตัวบน ไม่เกิน 140 มิลลิเมตรปรอท และค่าตัวล่างไม่เกิน 90 มิลลิเมตรปรอท
          คนจำนวนมากไม่ทราบว่าตนเองมีภาวะนี้ เนื่องจากไม่ปรากฏอาการในช่วงแรก เมื่อปล่อยนานไปโดยไม่รับการรักษาแรงดันในหลอดเลือดที่สูง จะไปทำลายผนังหลอดเลือดและอวัยวะที่สำคัญหลายระบบในร่างกายเป็นเหตุให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต โรคหัวใจ และโรคไต เรียกว่าโรคนี้เป็นเพชฌฆาตเงียบก็ได้

          โรคความดันโลหิตสูงเป็น 1 ในสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร จากสถิติขององค์การอนามัยโลก รายงานว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงมากถึงพันล้านคน โดยประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลก 1 ใน 3 คน มีภาวะความดันโลหิตสูง และคาดการณ์ว่าในปี 2568 จะมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงทั่วโลกสูงถึง 1,560 ล้านคน

          จากข้อมูลของสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประเทศไทยมีผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่เข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เปรียบเทียบระหว่าง ปี 2544 พบผู้ป่วย จำนวน 156,442 ราย และ ปี 2555 พบผู้ป่วย 1,009,385 ราย ซึ่งจะเห็นได้ว่ามีอัตราเพิ่มขึ้นสูงถึง 5 เท่า
          ปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ พฤติกรรมการใช้ชีวิตส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการบริโภคอาหารเค็ม รับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย ดื่มแอลกอฮอล์มาก สูบบุหรี่และมีภาวะเครียด รวมทั้งอายุที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้นได้

          วิธีการปฏิบัติตนเพื่อหลีกเลี่ยง และป้องกันโรคความดันโลหิตสูง คือ ลด การบริโภคเกลือหรืออาหารที่มีรสเค็ม ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพิ่มการบริโภคผักและผลไม้ที่หวานน้อย รวมถึงบริโภคธัญพืช แทนของว่างขนมกรุบกรอบ ลดการรับประทานอาหารที่ผ่านกระบวนการ อาหารหมักดอง อาหารสำเร็จรูป ลดอาหารที่มีไขมันและน้ำตาลสูง ลดการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และงดการสูบบุหรี่

          ที่สำคัญผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงต้องรับประทานยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์ ตลอดจนวัดความดันโลหิตเป็นประจำพร้อมจดบันทึกค่าความดันโลหิตในช่วงของการกินยา เพื่อประสิทธิภาพในการรักษา และป้องกันโรคหัวใจ โรคอัมพฤกษ์และอัมพาต ที่อาจเกิดขึ้นได้

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หน้า 28

 

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.