"มะเร็ง"กับจิตบำบัด"เป็นได้-หายได้"แต่...ไม่เป็นได้แหละดี

หมวดหมู่กลาง 
เขียนโดย
thitima
เมื่อวันที่
2014-05-06 13:49
แท็ก 
รูปประกอบเป็นรูปกราฟฟิคเซลล์
ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดต้นฉบับ ครั้ง
Default image
PDF
1014.75 KB
ดาวน์โหลด
189 ครั้ง
เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
ถั่วเหลืองแหล่งอาหารโปรตีนราคาถูกประเภทหนึ่งที่มักถูกมองข้าม รวมไปถึงเต้าหู้ผลิตภัณฑ์อาหารที่แปรรูปจากถั่วเหลืองก็เช่นกัน เป็นอาหารที่นอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกายคือเป็นแหล่งของเส้นใยอาหารแล้ว ยังช่วยลดอาการวูบวาบ อาการเหงื่อออกเวลากลางคืน ภาวะกระดูกผุในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้แล้ว ยังมีสรรพคุณสำคัญในการช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งด้วย
จำนวนผู้อ่าน
1257

           "มะเร็ง" โรคภัยที่มนุษยชาติรู้จักกันเป็นอย่างดี โรคภัยที่สุดอันตราย ที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในลำดับต้น ๆ ของคนทั่วโลก ถึงแม้ว่าวิทยาการทางการแพทย์ในปัจจุบันจะรุดหน้าไปไกลมากแค่ไหน ก็ยังไม่สามารถเอาชนะโรคภัยไข้เจ็บชนิดนี้...

          โรคภัย 'สุดอันตราย" ที่ใคร ๆ ก็ไม่อยากเป็น!!

          ภาพรวมเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บที่เรียกว่า "มะเร็ง" นั้น คือโรคอันตรายร้ายแรงที่เกิดจากเซลล์ของร่างกายเกิดความผิดปกติที่ดีเอ็นเอ หรือสารพันธุกรรม ส่งผลให้เซลล์มีการเจริญเติบโต มีการแบ่งตัวเพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์รวดเร็ว และมากกว่าปกติ จึงอาจทำให้เกิด "ก้อนเนื้อผิดปกติ" หรือ "เนื้อร้าย" และในที่สุดก็จะเกิดการตายของเซลล์ในก้อนเนื้อนั้น โดยเซลล์ที่ว่านี้เมื่อเกิดอยู่ในอวัยวะส่วนใดก็จะเรียกชื่อมะเร็งตามอวัยวะนั้น เช่น มะเร็งตับ มะเร็งปอด มะเร็งสมอง มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งผิวหนัง ฯลฯ ซึ่งมะเร็งที่พบในร่างกายมนุษย์นั้น มีมากมายกว่า 100 ชนิด

          เป็นปัญหาสาธารณสุข 'รุนแรงระดับโลก"
          เป็นโรคภัยไข้เจ็บที่ 'คร่าชีวิตคนมากมาย"

          กับโรคมะเร็งที่เป็นภัยเงียบคุกคามชีวิตมนุษย์มากมายนั้น จากรายงานของ องค์การอนามัยโลก ระบุว่า พบผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกปีละประมาณ 13 ล้านคน เสียชีวิตปีละ 7.6 ล้านคน มากที่สุดคือมะเร็งปอด จำนวน 1.37 ล้านคน รวมทั้งจะมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นปีละประมาณ 118,600 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

          จากข้อมูลล่าสุดของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พบว่า โรค  มะเร็งเป็นสาเหตุการตายสูงอันดับ 1 ของคนไทยต่อเนื่องมานานกว่า 13   ปี โดย ล่าสุดในปี 2554 มีคนไทยเสียชีวิตจากโรคมะเร็งทุกชนิด 61,082 คน เฉลี่ยชั่วโมงละเกือบ 7 คน เป็นผู้ชาย 35,437 คน และผู้หญิง 25,645 คน  มะเร็งที่ผู้ชายป่วยมากที่สุดได้แก่มะเร็งตับ ปอด ลำไส้และทวารหนัก ต่อมลูกหมาก และมะเร็งเม็ดเลือดขาว ส่วนในผู้หญิงได้แก่มะเร็งเต้านม ตับ ปากมดลูก ปอด ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก และจำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 3,000 คน...โรคมะเร็ง 5 อันดับแรกที่พบในประเทศไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งทวารหนักและลำไส้ใหญ่ มะเร็งปากมดลูก...

          ทั้งนี้ เรื่องการรักษาโรคมะเร็ง ก็มีทั้งการผ่าตัดเพื่อเอาเนื้อร้ายออกจากร่างกายของผู้ป่วย นอกจากนั้นก็ยังมีการรักษาวิธีอื่นอีก 2 วิธีหลัก ๆ ที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย นั่นก็คือ การฉายรังสี และการใช้ เคมีบำบัด (คีโม) เข้าไปทำร้ายเนื้อร้าย แต่การรักษาทั้ง 2 แบบนี้ก็มีข้อ เสียอยู่ตรงที่ว่า มันไม่ได้ทำลายเฉพาะเนื้อร้ายอย่างเดียว แต่เซลล์ดีก็ถูกทำลายไปด้วย ทำให้เกิดผลข้างเคียงตามมามากมาย


          การใช้ "สมุนไพร" ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีการรักษา
          อย่างไรก็ตาม มีหลายคนที่แสวงหาแนวทางรักษาแบบใหม่...อย่าง ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม เป็นอีกคนที่คิดแนวทางในการรักษาโรค มะเร็งขึ้นมา ใช้ในการรักษามะเร็งกระเพาะปัสสาวะที่ตัวเองเป็นอยู่ โดยนักจิตวิทยาท่านนี้นำประสบการณ์จริงของตัวเองมาเล่าให้ฟังว่า...เมื่อปีที่แล้ว เริ่มมีอาการคือ ฉี่ออกมาเป็นสีชมพู เป็นเลือดอ่อนๆ จากนั้นก็ไป พบหมอเพื่อตรวจดูว่าเป็นอะไร หมอก็ขูดเนื้อเยื่อไปตรวจ ปรากฏว่าคุณหมอตรวจพบเซลล์มะเร็ง เป็นเชื้อมะเร็งที่เรียกว่ารุนแรง และรวดเร็วมาก ซึ่งคุณหมอบอกว่าเซลล์มะเร็งลามไปเกาะกระดูกชั้นในแล้ว และ ยังพบจุดที่ปอดอีกด้วย ต้องรีบทำการรักษาภายใน 2 เดือน การรักษา คือ ต้องผ่าเอากระเพาะปัสสาวะออก ฉายแสง ทำคีโม เมื่อทำการรักษาแล้วหมอบอกว่าก็สามารถอยู่ได้อีกประมาณ 4-5 ปี

          ..ไม่ยอมรักษา ด้วยการ ผ่าตัด ฉายแสง และคีโม...
          'เลยมานั่งคิดว่า มะเร็งที่ตัวเองเป็นมันเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของตัวเองทั้งสิ้น พักผ่อนน้อย นอนไม่พอ การกินแต่ของไม่มี ประโยชน์ คือ ผมนอนวันละ 2-3 ชม. พอง่วงก็กินกาแฟ กินวันละเป็น 10 ถ้วย ตกเย็นกินเหล้า กินเนื้อไม่กินผักเลย ก็คิดได้ว่ามะเร็งเกิดจากสิ่งเหล่านี้..."


          หลังจากนั้นก็ตัดสินใจไม่ใช้วิธีการรักษาของแพทย์สมัยใหม่ ทั้งการผ่าตัด ฉายแสง ทำคีโม ตัดสินใจออกจากโรงพยาบาลแล้วมุ่งหน้าไปพักผ่อนอยู่ที่บางแสน สูดอากาศดี ๆ คลายเครียดเพิ่มพลังชีวิต

          ส่วนเทคนิคการรักษามะเร็งของนักจิตบำบัดท่านนี้ก็คือ...ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่าง ๆ ทั้งการใช้ชีวิต พักผ่อนให้เต็มที่ และพฤติกรรมการกิน หักดิบกินแต่ผักอย่างเดียว...กินดี นอนพักผ่อนเต็มที่ นี่ก็วิธีหนึ่ง ...ส่วนเทคนิคอื่นที่ใช้รักษาก็มี พลังปราณบำบัด สะกดจิตบำบัด คลายเส้นประสาทและเพิ่มพลังเซลล์บำบัด กิจกรรมบำบัด วารีบำบัด การออกกำลังกาย หัวเราะบำบัด

          'ผมใช้เทคนิควิธีการรักษาอย่างที่ว่ามาประมาณ 9 เดือน หลังจากกลับไปตรวจใหม่ ไม่พบเซลล์มะเร็งเลย หมอเองยังตกใจ หลังจากนั้นอีก 3 เดือน ก็ไปตรวจอีกครั้งด้วยการฉีดสี ซีทีสแกน และนำเอาเนื้อเยื่อไปตรวจอีกครั้ง ก็ไม่พบเซลล์มะเร็ง ล่าสุดก็ไปตรวจอีก ก็ไม่เจอ"...นักจิตบำบัดเล่า พร้อมทั้งอธิบายด้วยว่า...

          "เริ่มจากปรับพฤติกรรมเป็นอันดับแรก...ไม่มียาอะไรรักษามะเร็ง ผมเชื่อตลอดว่า การรักษาที่ดีที่สุด ไม่ใช่ให้หมอรักษาเราฝ่ายเดียว เราต้องร่วมด้วยช่วยกันรักษา ตอนที่เป็นก็มีคนมาแนะนำให้ไปรักษาตรงนั้นตรงนี้เต็มไปหมด เกือบถูกหลอกก็มี...ตอนที่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตอนนั้นยอมรับว่าเครียดมาก แต่ผมคิดเสมอว่า อะไรเป็นได้.ก็หายได้"...ดร.วัลลภ กล่าวทิ้งท้าย
          "มะเร็งเป็นได้ ก็หายได้" นักจิตวิทยาคนนี้เชื่อ...
          แต่จะให้ดี และที่ดีที่สุด ก็คือ..."ป้องกัน!!!".

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 หน้า 1
 

แสดงความคิดเห็น

Filtered HTML

  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • HTML tags will be transformed to conform to HTML standards.

Plain text

  • No HTML tags allowed.
  • Web page addresses and e-mail addresses turn into links automatically.
  • Lines and paragraphs break automatically.