1) หน่วยนโยบายวิจัยระดับประเทศ (national research policy body) 2) หน่วยนโยบายวิจัยระดับสาขา (sectoral research policy body) 3) หน่วยให้ทุนสนับสนุนวิจัย (granting agency) 4) หน่วยวิจัย (research agency) 5) หน่วยผู้ใช้งานวิจัย (user)
ปัญหาเชิงโครงสร้างปัจจุบันคือ ยังไม่มีกลไกที่ทำหน้าที่พัฒนานโยบายวิจัยระดับสาขา วช. นั้นพยายามทำหน้าที่ตรงนี้ แต่ก็ไม่ได้นำไปสู่การประสานนโยบายในระดับสาขาต่างๆ ได้จริง ทำให้ทีมงานเลขานุการ คณะกรรมการพัฒนาการวิจัยระบบสุขภาพเพื่อสนับสนุนธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติได้พัฒนาข้อเสนอการพัฒนาหน่วยนโยบายวิจัยสาขาสุขภาพขึ้น และจัดประชุมเพื่อระดมความเห็นต่อข้อเสนอดังกล่าวในวันที่ 6 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีความเห็นและข้อเสนอแนะบางประเด็นที่น่าสนใจดังนี้ - ความจำเป็นเร่งด่วน ภายใต้บริบทปัจจุบัน ข้อเสนอการพัฒนากลไกนโยบายวิจัยสาขาสุขภาพนั้นมีความเร่งด่วนระดับใด หากไม่พัฒนาขึ้นจะเกิดผลเสียต่อการพัฒนาประเทศชาติโดยรวมอย่างไร เพราะปัจจุบัน วช. ก็ทำหน้าที่นี้อยู่บ้างแล้ว ตรงนี้มีข้อเสนอเพิ่มเติมจากที่ประชุมว่า การที่ไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน อาจทำให้การพัฒนากลไกนี้สามารถใช้เป็นกระบวนเรียนรู้ของผู้คนในระบบวิจัยสุขภาพได้ - กลไกแบบ mechanic vs. กลไกแบบ organic กลไกที่จะพัฒนาขึ้นควรจะมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัว (คล้ายสิ่งมีชีวิต: organism) มากกว่าจะทำหน้าที่คล้ายเครื่องจักร (machine) ที่มีการกำหนดสิ่งต่างๆ ล่วงหน้าไว้อย่างชัดเจนและปฏิบัติตามนั้น - กลไกการมีส่วนร่วม ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่า กลไกนโยบายวิจัยสาขาสุขภาพนั้น จะต้องเน้นการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและภาคีต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ปัญหาคือ จะสร้างการมีส่วนร่วมดังกล่าวให้เกิดขึ้นได้อย่างไร รูปแบบที่ใช้กันทั่วไปคือ การตั้งคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบจากผู้แทนหน่วยงานและภาคีต่างๆ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า การมีส่วนร่วมของกรรมการจะเป็นในลักษณะ passive ค่อนข้างมาก ข้อเสนอใหม่ที่มีการพิจารณาคือ การพัฒนากลไกเลขานุการร่วม (joint secretariat) ที่มาจากการลงแรง/ทุนของหน่วยงานหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง - การควบรวมบทบาทของหน่วยนโยบายวิจัยและหน่วยให้ทุนวิจัย เดิมเคยมีข้อเสนอให้ สวรส. ทำหน้าที่เป็นหน่วยนโยบายวิจัยสาขาสุขภาพ โดยเสนอขอแก้ไขกฎหมาย ก็มีข้อสังเกตว่า จะทำให้เป็นการควบรวมบทบาทของหน่วยนโยบายและหน่วยให้ทุนวิจัยหรือไม่ การรวมบทบาทดังกล่าวจะมีผลเสียอะไรหรือไม่ ข้อเสนอใหม่ ที่เสนอให้ สวรส. เป็นเลขานุการหลักของคณะกรรมการที่ทำหน้าที่เป็นกลไกนโยบายวิจัยสาขาสุขภาพ จะเหมาะสมกว่าหรือไม่ อย่างไร
ต้องการทราบกลไกแบบ mechanic + organic ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่และปฏิบัติตามแล้วจะเป็นอย่างไร
1 เห็นด้วยว่าควรมีหน่วยนโยบายวิจัยระดับสาขา 2 กลไกเลขานุการร่วมน่าจะได้ผลมากกว่ารูปแบบคณะกรรมการ ส่วนที่มาของเลขานุการร่วมน่าจะมาจากหน่วยงานวิจัยที่มีฐานการวิจัยระบบสุขภาพที่มีอยู่ รวมถึงหน่วยงานที่ควรจะนำผลการวิจัยไปใช้
* กรุณากรอกอักษรตามที่ปรากฏ (ตัวอักษรตัวใหญ่ตัวเล็กมีผล)