Skip to main content
  • หน้าหลัก
  • เกี่ยวกับเรา
    • ความเป็นมาและโครงสร้างองค์กร
    • แผนยุทธศาสตร์
    • 20 ปี สวรส. กับส่วนร่วมในการพัฒนาระบบสุขภาพไทย
    • ประวัติการดำเนินงาน
    • ประมวลจริยธรรม
    • พรบ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข
  • แผนงานวิจัย
    • ระบบข้อมูลข่าวสาร
    • ระบบวิจัยสุขภาพ
    • ระบบอภิบาลสุขภาพ
    • ความเป็นธรรมด้านสุขภาพ
    • การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีสุขภาพ
    • การวิจัยและพัฒนาระบบยา
    • การวิจัยและพัฒนาระบบบริการสุขภาพ
    • การวิจัยและพัฒนาระบบการเงินการคลังสุขภาพ
    • การวิจัยปัญหาสุขภาพที่อุบัติใหม่
  • เครือข่ายงานวิจัย
    • เครือสถาบัน
    • สถาบันภาคี
    • เครือข่ายวิจัย
    • อื่นๆ
  • สื่อเผยแพร่
    • หนังสือ
    • วารสารวิจัยระบบสาธารณสุข
    • วิดีโอ
    • มติการประชุมบอร์ด
    • อื่นๆ
  • จุดประเด็น
  • ข่าว/ประชาสัมพันธ์
    • ข่าว
    • ความเคลื่อนไหว
    • ประกาศ/สมัครงาน
  • เกี่ยวกับเรา

Languages

  • English English
  • ภาษาไทย ภาษาไทย
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) logo
ขนาดตัวอักษร: -ก ก+
หน้าหลัก » ข่าว/ประชาสัมพันธ์ » ข่าว » สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”

สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”

เขียนโดย supadit เมื่อวันที่ Tue, 26/06/2012 - 17:43

          สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ (สวค.) จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ “สรุปบทเรียนและทิศทางในอนาคตการถ่ายโอนสถานีอนามัย” โดยมี นพ.มงคล ณ สงขลา ผู้ทรงคุณวุฒิ สวรส. นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กระทรวงสาธารณสุข และสถานีอนามัยที่ถ่ายโอนจากกระทรวงสาธารณสุขสู่ อปท. จำนวน 39 แห่งร่วมด้วย ที่โรมแรมริชมอนด์ นนทบุรี

          รศ.ดร.ลือชัย ศรีเงินยวง นักวิจัย สวรส. นำเสนอผล “การประเมินผลท้องถิ่นกับการพัฒนาระบบสุขภาพในบริบทการกระจายอำนาจ : การสังเคราะห์บทเรียนและข้อเสนอเชิงนโยบาย” ว่า การถ่ายโอนเริ่มจากการนำร่องการถ่ายโอนสถานีอนามัย (สอ.) จำนวน 22 แห่ง ใน 19 จังหวัด เมื่อปี 2550 ก่อนที่จะมีการถ่ายโอนตามมาอีก 6 แห่ง เป็น 28 แห่ง จาก สอ. ที่มีอยู่ทั้งหมด 9,762 แห่ง ล่าสุดในปี 2554 มี สถานีอนามัยที่ผ่านการประเมินและได้ถ่ายโอนเพิ่มขึ้นอีก 11 แห่ง จากการเก็บข้อมูล สอ.ในพื้นที่หลังถ่ายโอน 28 แห่ง พบว่า บางแห่งอาจยังมีปัญหา แต่ทิศทางโดยรวมดีขึ้น โดยภาพความสำเร็จตามเจตคติ คือ การตอบโจทย์สุขภาพของท้องถิ่นที่ตรงจุด โดยในการทำงานของ สอ. จำนวน 12 จาก 28 แห่ง สามารถมีแพทย์ให้บริการประจำ เปิดคลินิกนอกเวลา ขยายบริการด้านทันตสุขภาพ มีบริการนวดแผนไทย และกายภาพบำบัด บางแห่งมีโครงการเชิงรุก เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในพื้นที่ โดยสามารถดำเนินบทบาททั้ง 3 ด้าน คือ การรักษาพยาบาล การส่งเสริมป้องกัน และการควบคุมโรคในชุมชน ได้อย่างเต็มที่ ขณะที่ สอ. จำนวน 16 แห่ง ลักษณะงาน ไม่ต่างจากบทบาทสถานีอนามัยทั่วไปจากก่อนและหลังถ่ายโอน คือ การทำงานรักษาในสถานีอนามัยและงานเชิงรุกกับกลุ่มเป้าหมาย แต่ที่เพิ่มเติมเข้ามา คือ การทำงานตามนโยบายของท้องถิ่นที่ต้องร่วมกับส่วนงานอื่นๆ ของ อบต. 

         รศ.ดร.ลือชัย กล่าวด้วยว่า บทเรียนสำคัญที่ยังเป็นปัญหา เช่น ในด้านกำลังคน คือ การยังไม่มีบุคลากรเข้ามาตามอัตราที่ระบุไว้ คือ จำนวน 59 ตำแหน่ง ยังว่างอยู่ ส่วนใหญ่คือ ทันตาภิบาล และเจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน เพราะฉะนั้นจะต้องเร่งบรรจุอัตรากำลังที่วางไว้ให้เต็มโดยผ่านการคัดเลือกที่เป็นธรรม เป็นต้น นอกจากนี้ สัญญาณเชิงนโยบายที่ไม่ชัดเจนจากระดับบน คือ ปัจจัยเชิงบริบทสำคัญที่ทำให้ 4-5 ปีที่ผ่านมา ไม่ราบรื่น คือ ทำให้เกิดผลเชิงคัดค้านของผู้บริหารระดับจังหวัดและอำเภอ ที่ชัดที่สุดคือด้วยการตัดขาดหรือลดการสนับสนุนทางวิชาการ และงบประมาณ ของ CUP ในหลายพื้นที่ 

          “ฉะนั้นทางออกในเรื่องนี้ คือ ความชัดเจนเชิงนโยบาย และการระดมสรรพกำลัง เพื่อช่วยให้สถานีอนามัยถ่ายโอน ในภาพรวมสามารถก้าวผ่านอุปสรรค สู่ความสำเร็จได้ เช่น การเร่งบรรจุอัตราที่ว่างให้เต็มโดยเร็ว การสร้างระบบและกลไกแก้ปัญหาการบริหารที่ค้างคา ซึ่งจะเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญ สร้างความมั่นใจ และกล้าที่จะตัดสินใจถ่ายโอนมากขึ้น  รวมถึงการจัดการระเบียบบุคคล การเงิน สร้างคู่มืออ้างอิงให้ชัดเจน เพื่อลดปัญหาการตีความที่แตกต่างกันของผู้ปฏิบัติระดับต่างๆ อันเป็นที่มาของความล่าช้า การเสียโอกาส และความไม่เป็นธรรม พร้อมพิมพ์เป็นคู่มืออ้างอิง สำหรับแจก หรือใส่ในเว็บไซด์ ของกรมฯ และของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าถึงได้ เป็นต้น” นักวิจัย สวรส. กล่าว

          ทางด้าน นพ.พงษ์พิสุทธิ์ จงอุดมสุข ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) กล่าว ถึงทิศทางการกระจายอำนาจด้านสุขภาพว่า เป็นเรื่องของการเปลี่ยนกระบวนทัศน์และโครงสร้างทางอำนาจ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเกิดขึ้นในเร็ววัน ดังนั้นในระหว่างนี้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนวิธีคิด วิธีปฏิบัติ แนวการดำเนินงาน เพื่อนำมาทบทวนให้สอดคล้องกับยุคและสถานการณ์ และใช้เวลาในการเตรียมความพร้อม ทั้งนี้ สิ่งที่จะต้องมาทำความเข้าใจให้สอดคล้องกันก่อน คือ 1.เรื่องการกระจายอำนาจ เป็นการเปลี่ยนอำนาจการตัดสินใจจากเดิมที่รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางให้คนที่อยู่ในพื้นที่ได้มีโอกาสในการตัดสินใจมากขึ้น เพื่อการปรับระบบให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม แต่ทั้งนี้จะต้องมีหลักการพื้นฐานที่เหมือนกัน โดยมีส่วนกลางให้การสนับสนุนด้านข้อมูลและพัฒนาระเบียบต่างๆ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน อย่างไรก็ตามเมื่อกระจายอำนาจไปแล้วหากทุกแห่งทำตามในรูปแบบเดียวกันหมดจะถือว่าไม่ใช่การกระจายอำนาจ ดังนั้นในแต่ละแห่งจะต้องมีอิสระในการตัดสินใจ เช่น การกำหนดเกณฑ์อัตรารายได้ของพนักงานขั้นต่ำ แต่ก็ขึ้นอยู่กับกำลังงบประมาณของพื้นที่นั้นๆ 

          2.การกระจายอำนาจ เป็นการเปลี่ยนส่งจากที่เคยรายงานตรงต่อส่วนกลางหรือกระทรวงสาธารณสุข มาเป็นการรายงานต่อท้องถิ่น ที่ยังมีสถานะและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ทั่วไปที่ว่าด้วย “หน่วยงานของรัฐ” เช่นเดียวกัน โดยสถานีอนามัยที่ถ่ายโอนมา อปท. ก็ยังให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพ ควรที่จะได้รับเงินสนับสนุนงบในโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องที่เท่าเทียมกับหน่วยงานที่ให้บริการในระบบหลักประกันสุขภาพ อย่างไรก็ตาม มองว่าปัญหาการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ ยังติดขัดอยู่ที่ทัศนคติเป็นสำคัญ คือ การถูกมองว่าถ้ายังอยู่ในสังกัดเดิมก็ถือว่าเป็น “พวกฉัน”  และหากโอนไปอยู่กับท้องถิ่น ถือเป็น “พวกเขา” แต่ความเป็นจริงการสังกัดหน่วยงานที่ต่างกัน ก็ยังสามารถทำงานและคบกันได้เหมือนเดิม ฉะนั้นทุกฝ่ายจะต้องมาเปลี่ยนทัศนคติจุดนี้ให้ได้

          สำหรับบทเรียนของการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ นพ.พงษ์พิสุทธิ์ กล่าวว่า จากการประเมินผลการถ่ายโอนสถานีอนามัยไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 28 แห่ง ยังมีอีกหลายประเด็นที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานต่อ เช่น การรวมตัวกันเป็นเครือข่ายของพื้นที่ที่ถ่ายโอนในระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้พื้นที่อื่นๆ ตื่นตัว พร้อมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบการทำงานซึ่งกันและกัน เพื่อขับเคลื่อนไปสู่การจัดการตนเองด้านสุขภาพต่อไป

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------

          นพ.มงคล ณ สงขลา ผู้ทรงคุณวุฒิ สวรส. กล่าวว่า การถ่ายโอนสถานีอนามัยสู่ อปท. ล่วงผ่านมากว่า 4-5 ปีแล้ว แต่ที่ผ่านมายังคงเป็นไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ ถึงแม้จะมี พ.ร.บ.กำหนดแผนและระเบียบขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พ.ศ.2542 ให้กระทรวงสาธารณสุขกระจายอำนาจด้านสาธารณสุขสู่ อปท. ในการถ่ายโอนทั้งภารกิจ งบประมาณ บุคลากร และทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จในปี 2553 แต่ผู้มีอำนาจตัดสินใจก็มีการแปลความหมายไปกันคนละทิศละทาง ทำให้ถ่ายโอนเป็นไปอย่างเชื่องช้า โดยปัจจุบันมีการถ่ายโอน สอ. เพียง 39 แห่ง จาก 9,762 แห่งทั่วประเทศ

          “ประเทศไทยเป็นเมืองที่มีข้อดีในหลายๆ ด้าน แต่น่าสงสารตรงที่ระบบของเรายังไม่ดีเท่าที่ควร เพราะสังคมไทยมาติดยึดในรูปแบบสังคมรวมศูนย์อำนาจหรือสังคมอำนาจนิยม ที่มาพร้อมกับทุนนิยมเพื่อหวังที่จะรักษาอำนาจไว้ ตรงนี้ถ้าประชาชนไม่มีส่วนร่วม ไม่มีจิตสำนึกในการพึ่งพาตนเอง จะทำให้สังคมเกิดความอ่อนแอได้ มองว่าการกระจายอำนาจด้านสุขภาพสู่ท้องถิ่นเป็นแนวทางของการปฏิรูปประเทศไทยที่สำคัญ และขอให้กำลังใจกับ สอ. ที่ได้ร่วมการถ่ายโอนสถานีอนามัย แม้จะเป็นกลุ่มน้อยที่มีความคิดในการทวนกระแส” นพ.มงคล กล่าว

          นพ.สุวิทย์ วิบุลผลประเสริฐ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การถ่ายโอนสถานีอนามัยให้กับ อปท. เป็นแนวทางที่หลายๆ ประเทศไม่ว่าจะเป็นศรีลังกา อินเดีย จีน  เวียดนาม สปป.ลาว  อินโดนีเชีย ซึ่งไม่รวมประเทศในกลุ่มที่พัฒนา ได้ทำกันมานานแล้ว จากบทเรียนการเปลี่ยนแปลงที่จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อชุมชนและชาวบ้านมีความเข้มแข็งหรือจัดการตนเองได้  ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการถ่ายโอนไปแล้วจำนวน 28 แห่ง และจะเกิดขึ้นอีก 11 แห่ง พบว่าการกระจายอำนาจเป็นแนวทางที่เดินมาถูกทางแล้ว เพราะผู้ปฏิบัติงานมีการปรับตัวและพัฒนาตัวเองมากขึ้น แม้บางแห่งจะมีปัญหาแต่ก็จะต้องค่อยๆ ปรับ ฉะนั้นต่อจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการถ่ายโอนสถานีอนามัยต่อไป เพื่อเป็นการพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นทิศทางที่ดี ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
สวรส. เปิดเวทีถกบทเรียน “โอนอนามัย สู่ อปท.”
  • แสดงความคิดเห็น
  • จำนวนผู้อ่าน 990 ครั้ง

ข่าว/ประชาสัมพันธ์

  • ข่าว
  • ความเคลื่อนไหว
  • ประกาศ

เมนูหลัก

  • หน้าหลัก
  • สื่อเผยแพร่
  • เกี่ยวกับเรา
  • แผนงานวิจัย
  • เครือข่ายงานวิจัย
  • แผนผังเว็บไซต์
  • ข่าวสาร
  • ติดต่อเรา

ติดต่อเรา

สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ
เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
โทร. 0 2832 9200 อีเมล : hsri@hsri.or.th
  • youtube
  • twitter
  • facebook
  • rss