ผลงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพ
สวรส.เน้นหนักสนับสนุนการทำงานวิจัยสร้างความรู้เพื่อสนับสนุนการปฏิรูประบบสุขภาพ และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการร่วมปฏิรูประบบสุขภาพในทุกระดับ นำมาสู่การประกาศใช้พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และการจัดตั้งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นกลไกนโยบายใหม่ในระบบสุขภาพไทย รวมทั้ง นำมาซึ่งสมัชชาสุขภาพ ซึ่งเป็นกลไกที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม
พัฒนาขึ้นจากโครงการพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโครงการวิจัย และพัฒนาที่มีขอบเขต การดำเนินงานในโรงพยาบาลนำร่อง 35 แห่ง และได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และต่อมาได้รับการสนับสนุนทุนจาก สสส.ในการขยายงานและผลักดันจนมีกฎหมายรองรับ จัดตั้งเป็นสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) หรือ The Healthcare Accreditation Institute โดยมีบทบาทหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินระบบงานและการรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล รวมทั้งกำหนดมาตรฐานของสถานพยาบาลเพื่อใช้เป็นแนวทางการประเมินการพัฒนาและ การรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล
คณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่จัดทำร่าง พรบ.สุขภาพแห่งชาติ และขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ในคณะกรรมการฯ นี้ สวรส.มีบทบาทสำคัญทางด้านวิชาการ ในการสนับสนุนการทำวิจัย สร้างความรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบสุขภาพ
สวรส.ได้สนับสนุนการทำงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอย่างต่อเนื่อง และได้พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายในการผลักดัน พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 จนสำเร็จ จนนำมาสู่การก่อตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ถือเป็นหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับทางด้านสุขภาวะที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี
กองทุนที่ สสส.ดูแล เป็นกลไกเละมีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่าย สร้างงาน สร้างกำลังคน ที่เข้ามามีส่วนร่วมผลักดันสังคมไทยให้เป็นสังคมสุขภาวะ รวมทั้ง สสส. ยังขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับต่างประเทศ เพื่อผลักดันนโยบายระหว่างประเทศที่จะเอื้อหรือเกื้อหนุนต่อสุขภาวะในภาพรวมระดับนานาชาติ
ซึ่งผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลประสบผลสำเร็จหลายด้าน และถือเป็นต้นแบบที่ดีของการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ รวมทั้งการบริหารจัดการ แต่เนื่องจากขาดการสนับสนุนในการขยายผลให้กว้างขวางออกไป โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จึงยังคงเป็นโรงพยาบาลในรูปแบบองค์การมหาชน เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย
ซึ่งในปัจจุบัน HIA เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ตามบทบัญญัติใน พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550
จากการที่ สวรส. ได้สนับสนุนและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการศึกษาวิจัยสร้างความรู้เกี่ยวกับการจัดการการเงินการคลังสุขภาพเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่คมชัด และร่วมกันผลักดันทั้งทางการเมืองและสร้างความร่วมมือกับสังคม ทำให้ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2545 โดยมีการก่อตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขึ้นทำหน้าที่บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคุ้มครองคนไทยกว่า 48 ล้านคน ทำให้ประเทศไทยมีกองทุนหลักประกันสุขภาพ 3 กองทุนหลัก คือ ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งทั้งสามกองทุนยังมีการบริหารจัดการและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน จึงยังคงเป็นความท้าทายสำหรับ สวรส.และภาคีที่จะต้องร่วมกันพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพให้ก้าวไปสู่ระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อไปในอนาคต
คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น
คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้