ชั้น 4 อาคารสุขภาพแห่งชาติ เลขที่ 88/39 ถ.ติวานนท์ 14 ต.ตลาดขวัญ อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
ขนาดตัวอักษร
-
+
ความตัดกันของสี
C
C
C
icon-lang-thภาษาไทย
ค้นหา
เมนู

ระยะที่ 2 : ปี 2542 ถึง 2547

ปี 2542 ถึง 2547

สวรส.เน้นหนักสนับสนุนการทำงานวิจัยสร้างความรู้เพื่อสนับสนุนการปฏิรูประบบสุขภาพ และเสริมสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการร่วมปฏิรูประบบสุขภาพในทุกระดับ นำมาสู่การประกาศใช้พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 และการจัดตั้งคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นกลไกนโยบายใหม่ในระบบสุขภาพไทย รวมทั้ง นำมาซึ่งสมัชชาสุขภาพ ซึ่งเป็นกลไกที่ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในระบบสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม

  • 2542

    ก่อตั้งสถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล (Hospital Quality Improvement and Accreditation)

    พัฒนาขึ้นจากโครงการพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโครงการวิจัย และพัฒนาที่มีขอบเขต การดำเนินงานในโรงพยาบาลนำร่อง 35 แห่ง และได้รับทุนสนับสนุนจากสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข และต่อมาได้รับการสนับสนุนทุนจาก สสส.ในการขยายงานและผลักดันจนมีกฎหมายรองรับ จัดตั้งเป็นสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน) (สรพ.) หรือ The Healthcare Accreditation Institute โดยมีบทบาทหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับการประเมินระบบงานและการรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล รวมทั้งกำหนดมาตรฐานของสถานพยาบาลเพื่อใช้เป็นแนวทางการประเมินการพัฒนาและ การรับรองคุณภาพของสถานพยาบาล

  • 2543

    คณะกรรมการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ (คปรส.)

    คณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี ภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่จัดทำร่าง พรบ.สุขภาพแห่งชาติ และขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพแห่งชาติ ในคณะกรรมการฯ นี้ สวรส.มีบทบาทสำคัญทางด้านวิชาการ ในการสนับสนุนการทำวิจัย สร้างความรู้ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูประบบสุขภาพ

  • 2544

    เกิด สสส. จากงานวิจัยพัฒนานโยบายส่งเสริมสุขภาพ

    สวรส.ได้สนับสนุนการทำงานวิจัยเกี่ยวกับปัญหาบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอย่างต่อเนื่อง และได้พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบาย  โดยร่วมกับภาคีเครือข่ายในการผลักดัน พระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 จนสำเร็จ จนนำมาสู่การก่อตั้งสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. เป็นหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี มีรายได้จากภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุราในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี ถือเป็นหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวกับทางด้านสุขภาวะที่คนไทยรู้จักกันเป็นอย่างดี

    กองทุนที่ สสส.ดูแล  เป็นกลไกเละมีบทบาทสำคัญในการสร้างเครือข่าย สร้างงาน สร้างกำลังคน ที่เข้ามามีส่วนร่วมผลักดันสังคมไทยให้เป็นสังคมสุขภาวะ รวมทั้ง สสส. ยังขยายเครือข่ายการทำงานร่วมกับต่างประเทศ เพื่อผลักดันนโยบายระหว่างประเทศที่จะเอื้อหรือเกื้อหนุนต่อสุขภาวะในภาพรวมระดับนานาชาติ

  • 2544

    ทำการวิจัยและพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการโรงพยาบาลในรูปแบบองค์การมหาชน โดยเริ่มนำร่อง1 แห่ง ที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร

    ซึ่งผลการดำเนินงานของโรงพยาบาลประสบผลสำเร็จหลายด้าน และถือเป็นต้นแบบที่ดีของการกระจายอำนาจด้านสุขภาพ รวมทั้งการบริหารจัดการ แต่เนื่องจากขาดการสนับสนุนในการขยายผลให้กว้างขวางออกไป   โรงพยาบาลบ้านแพ้ว จึงยังคงเป็นโรงพยาบาลในรูปแบบองค์การมหาชน  เพียงแห่งเดียวในประเทศไทย

  • 2544

    พัฒนาระบบประเมินผลกระทบด้านสุขภาพ (Health Impact Assessment: HIA) เป็นครั้งแรก

    ซึ่งในปัจจุบัน HIA เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ตามบทบัญญัติใน พรบ.สุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

  • 2545

    มีพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545

    จากการที่ สวรส. ได้สนับสนุนและทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายในการศึกษาวิจัยสร้างความรู้เกี่ยวกับการจัดการการเงินการคลังสุขภาพเป็นจำนวนมาก รวมทั้งพัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายที่คมชัด และร่วมกันผลักดันทั้งทางการเมืองและสร้างความร่วมมือกับสังคม ทำให้ประเทศไทยมีระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้สำเร็จในปี พ.ศ. 2545 โดยมีการก่อตั้งสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ขึ้นทำหน้าที่บริหารกองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งคุ้มครองคนไทยกว่า 48 ล้านคน ทำให้ประเทศไทยมีกองทุนหลักประกันสุขภาพ 3 กองทุนหลัก คือ ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ กองทุนประกันสังคม และ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งทั้งสามกองทุนยังมีการบริหารจัดการและสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน จึงยังคงเป็นความท้าทายสำหรับ สวรส.และภาคีที่จะต้องร่วมกันพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพให้ก้าวไปสู่ระบบที่เป็นธรรมและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้ เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดบนเว็บไซต์ของเรา โปรดศึกษาเพิ่มเติมที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว
ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

จัดการความเป็นส่วนตัว
คุกกี้ที่มีความจำเป็น
(Strictly Necessary Cookies) เปิดใช้งานตลอด

คุกกี้ประเภทนี้มีความจำเป็นต่อการให้บริการเว็บไซต์ของ สวรส เพื่อให้ท่านสามารถเข้าใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้ รวมถึงช่วยจดจำข้อมูลที่ท่านเคยให้ไว้ผ่านเว็บไซต์ การปิดการใช้งานคุกกี้ประเภทนี้จะส่งผลให้ท่านไม่สามารถใช้บริการในสาระสำคัญของ สวรส. ซึ่งจำเป็นต้องเรียกใช้คุกกี้ได้